อสังหาฯเอเชีย...สะดุด อาฟเตอร์ซ็อค!.."ซัพไพร์ม"
ผลกระทบจากผลกระทบเศรษฐกิจถดถอยที่สหรัฐอเมริกา ทำให้ตลาดการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เอเชีย เริ่มเห็นภาพแห่งการชะลอตัวที่ชัดเจน กระทั่งที่ปรึกษาการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ระดับโลกอย่าง "โจนส์แลงลาซาลล์" ออกมายอมรับอย่างเป็นทางการแล้วเช่นกัน
"ซัพไพร์ม"... สินเชื่อด้อยคุณภาพจาก สหรัฐอเมริกา ..มหาอำนาจเศรษฐกิจโลก ที่ก่อนหน้านี้ผู้เชี่ยวชาญ นักวิเคราะห์ และกูรูด้านเศรษฐศาสตร์หลายคน กล่าวตรงกันว่า จะส่งผลร้ายต่อเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก แต่คงไม่ลุกลามมาสู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาอย่างไทย และเพื่อนบ้านในแถบอินโดจีน เพราะอยู่ห่างไกลเหลือเกิน
แต่มาวันนี้... วิกฤติซัพไพร์ม ที่ยังไม่หยุดนิ่ง ไม่ต่างอะไรกับ ภาวะ..อาฟเตอร์ช็อคแผ่นดินไหวที่ซ้ำรอยปัญหา หลังเกิดเหตุแรงครั้งแรกไปไม่นาน วิกฤติที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำอีกส่งผลยาวไกลมาถึงภูมิภาคเอเชีย อย่างไม่สามารถปฏิเสธได้ ...แม้จะยังไม่ถึงบ้านเราโดยตรง
ความต่อเนื่องของปัญหาก็ดูไม่ไกลเกินจริง! ผลกระทบจากผลกระทบเศรษฐกิจถดถอยที่สหรัฐอเมริกา ทำให้ตลาดการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เอเชีย เริ่มเห็นภาพแห่งการชะลอตัวที่ชัดเจน กระทั่งที่ปรึกษาการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ระดับโลกอย่าง "โจนส์แลงลาซาลล์" ออกมายอมรับอย่างเป็นทางการแล้วเช่นกัน
"โจนส์แลงลาซาลล์" ได้นำเสนอรายงานการวิจัยฉบับล่าสุด "Asia Pacific Property Digest" เผยแพร่เมื่อปลายเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา (กรุงเทพฯ, 27 พ.ค. 2551) ระบุว่า "วิกฤติหนี้ด้อยคุณภาพ (ซัพไพร์ม) ได้ส่งผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์เอเชียแปซิฟิค ในระดับที่แตกต่างกัน โดยตลาดการเช่า ยังขยายตัวได้ ขณะที่ตลาดทุนและปริมาณการลงทุนได้รับผลกระทบมากกว่า"
ดร.เจน เมอร์เรย์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยภาคพื้นเอเชียแปซิฟิค โจนส์แลงลาซาลล์ กล่าวว่า ผู้เช่าอาคารสำนักงาน ยังมีความต้องการใช้พื้นที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่เริ่มระมัดระวังมากขึ้น... โดยผลสำรวจพบว่า .. ความต้องการของผู้เช่าอาคารสำนักงานของภูมิภาคเอเชีย ยังคงขยายตัวตลอดช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา แต่ผู้เช่าที่ต่อสัญญาเช่าใหม่ ให้ความสำคัญกับการควบคุมค่าใช้จ่ายมากขึ้น ขณะเดียวกัน อาคารสำนักงานใหม่ก็เปิดตัวน้อยลง
ผู้บริหารโจนส์แลงลาซาลล์ ย้ำว่า .. จนถึงขณะนี้ ตลาดอาคารสำนักงานในเมืองต่างๆ ของเอเชียแปซิฟิก ได้รับผลกระทบจากปัญหาซัพไพร์ม ในระดับที่แตกต่างกัน
-การปรับตัวเพิ่มขึ้นของค่าเช่าในตลาด "โตเกียว" มีแนวโน้มที่ชะลอตัวลงมาก
-ที่ "สิงคโปร์" การเช่าจองพื้นที่อาคารสำนักงานล่วงหน้าเริ่มมีอัตราลดลง
-เช่นเดียวกัน ความต้องการใช้พื้นที่สำนักงานในหมู่บริษัทบริการด้านการเงินรายหลักๆ ในย่านผูตงของ "เซี่ยงไฮ้" มีการขยายตัวน้อยลง
-แต่ในทางตรงข้าม ตลาดอาคารสำนักงานของ "มะนิลา" ยังมีความต้องการจากผู้เช่าขยายการเติบโตสูง จากกลุ่มบริษัทที่ดำเนินธุรกิจรับจ้างดำเนินงานด้านกระบวนการธุรกิจ (outsourcing) เนื่องจากมีบริษัทข้ามชาติจำนวนมาก ที่ใช้บริการจากบริษัทกลุ่มนี้ เพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับกับการดำเนินธุรกิจ
ผลกระทบจากปัญหาซัพไพร์ม ที่มีต่อราคาอสังหาริมทรัพย์ และประมาณการซื้อ-ขาย เห็นได้ชัดในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ที่มีพัฒนาการสูงแล้วในภูมิภาคนี้ อาทิ โตเกียว สิงคโปร์ ซิดนีย์ และเมลเบิร์น พบว่ามูลค่าของอาคารสำนักงานได้หยุดการปรับตัวเพิ่มขึ้นแล้ว
ส่วนที่ฮ่องกง การปรับตัวขึ้นของมูลค่าอาคารสำนักงานเริ่มมีอัตราชะลอลง
การที่เมืองเหล่านี้ เป็นตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าการลงทุนซื้อขายโครงการอสังหาริมทรัพย์สูงในช่วงที่ผ่านมา คาดว่าจะส่งผลให้การลงทุนซื้อขายในเอเชียแปซิฟิค
สำหรับปีนี้จะมีปริมาณลดลงในภาพโดยรวม หลังจากที่พุ่งขึ้นไปสูงสุดในปี 2550 ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี ยังคงมีเงินทุนอีกมากที่ต้องการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์จากบรรดานักลงทุนที่ไม่ต้องพึ่งพาการกู้ยืมมากนัก และคาดว่าปริมาณการลงทุนซื้อขายจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงปลายปี
อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจ คือการที่นักลงทุนชาวญี่ปุ่นเริ่มกลับมาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในตลาดต่างประเทศอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในจีน อินเดีย และเวียดนาม ดร. เมอร์เรย์กล่าว
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ /04 กรกฎาคม 2008
|